ใต้ร่มโพธิ์ของหลวงพ่อ :: ประวัติ ผลงาน สถานที่ปฏิบัติธรรม
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก สภาพทั่วไปนั้น มีต้นไม้ประมาณ ๓๐๐ ต้น เป็นไม้ดอก - ไม้ใบ ที่ปลูกใหม่ เดิมสภาพพื้นที่จะเป็นที่ที่น้ำท่วมถึง มาบัดนี้ทางวัดได้ทำถนน - คูกั้นน้ำ จึงสามารถป้องกันน้ำไว้ได้ จึงได้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น
 
หลักฐานการตั้งวัด
 
จากการสำรวจทางราชการประมาณกาลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๗๕ การสร้างอุโบสถ ผูกพัทธสีมา มาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อรัชกาลที่ ๓ ครั้งที่ ๒ นี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๗๐ เมตร และได้ผูกพัทธสีมา วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓
 
ประวัติความเป็นมาของวัด
 
วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นชื่อเดิมมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ศิลาจารึกในอุโบสถหลังเก่าจารึกเป็นภาษาจีนว่า คนจีนได้สร้างอุโบสถวัดอัมพวัน สมัยเหม็งเชี้ยว คนจีนได้นำเรือกำปั่นมาทำการค้าขายกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองลพบุรี มากับฝรั่งชาติฮอลันดา จอดหน้าวัดอัมพวัน ได้สร้างโบสถ์วัดอัมพวัน สมัยเจ้าอาวาสวัดอัมพวันชื่อ พระครูญาณสังวร อายุ ๙๙ ปี สร้างโบสถ์เสร็จแล้ว ฝรั่งเพื่อนคนจีนได้ขอพระราชทาน พระหน้าปรกหินทั้งสององค์จากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้คนจีนเอาไว้ในโบสถ์ จนถึงการสร้างโบสถ์หลังใหม่มาจนถึงทุกวันนี้

- อุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดและพังลง เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๑ ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำเดือน ๓ ปีจอ เวลา ๐๙.๔๕ น.

- ได้รื้อถอนเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ ตรงกับแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ด้วยแรงชาวบ้านและรถยกของ ป.พัน ๑๐๑ มาช่วยกันรื้ออุโบสถ เสร็จเรียบร้อยภายใน ๔ วัน

- เริ่มก่อสร้างอุโบสถ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ วางศิลาฤกษ์ ๑๔-๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๒ สร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ รวมเวลาการก่อสร้าง ๑ ปี ๔ เดือน ๑๕ วัน

- ผูกพัทธสีมาวันที่ ๘-๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓

วัดนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ ตามลำดับ มาถึง พ.ศ. ๒๕๑๓ กรมการศาสนาได้ยกย่องให้เกียรติ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างมาจนบัดนี้
........................................................................................................................................................................................

รายชื่อเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเท่าที่ปรากฏหลักฐาน มีดังนี้
 
รูปที่ ๑ พระครูพรหมนครบวรราชมุนี  พ.ศ.๒๓๘๒ ถึง พ.ศ.๒๓๙๗
รูปที่ ๒ พระครูปาน  พ.ศ.๒๓๙๘ ถึง พ.ศ.๒๔๑๒
รูปที่ ๓ พระอธิการเทศ  พ.ศ.๒๔๑๒ ถึง พ.ศ.๒๔๒๗รู
ปที่ ๔ พระอธิการเยื้อน  พ.ศ.๒๔๒๘ ถึง พ.ศ.๒๔๔๒
รูปที่ ๕ พระใบฎีกาแย้ม  พ.ศ.๒๔๔๓ ถึง พ.ศ.๒๔๕๖
รูปที่ ๖ พระอธิการเลี่ยม  พ.ศ.๒๔๕๖ ถึง พ.ศ.๒๔๖๕
รูปที่ ๗ เจ้าอธิการสัว  พ.ศ.๒๔๖๖ ถึง พ.ศ.๒๔๗๖
รูปที่ ๘ พระอธิการล้วน  พ.ศ.๒๔๗๖ ถึง พ.ศ.๒๔๘๐
รูปที่ ๙ พระอธิการหล่ำ เหมโก  พ.ศ.๒๔๘๑ ถึง พ.ศ.๒๔๙๙
รูปที่ ๑๐ พระราชสุทธิญาณมงคล  พ.ศ.๒๕๐๐ ถึง พ.ศ. ปัจจุบัน
 
ปัจจุบัน เจ้าอาวาสชื่อ "พระธรรมสิงหบุราจารย์" อายุ 83 พรรษา 63
........................................................................................................................................................................................

ประวัติ พระราชสุทธิญาณมงคล ( จรัญ ฐิตธมฺโม ) เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
 
ชื่อเดิม จรัญ จรรยารักษ์
บิดาชื่อ แพ จรรยารักษ์
มารดาชื่อ เจิม สุขประเสริฐ
 
อุปสมบท
พระครูพรหมจริยคุณ วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์
พระปลัดกิมเฮง วัดพุทธาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
วิทยฐานะ
พ.ศ. ๒๔๘๗ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนสุวิทดารามาศ จังหวัดสิงห์บุรี
พ.ศ. ๒๔๙๒ สอบไล่ได้นักธรรมโท ณ สำนักเรียนวัดแจ้งพรหมนคร อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
........................................................................................................................................................................................

ตำแหน่งและหน้าที่การปกครอง
 
พุทธศักราช ๒๕๐๐ รักษาการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
พุทธศักราช ๒๕๐๑ ได้รับสมณศักดิ์เป็น ที่พระครูปลัดจรัญ ฐิตธมฺโม ในฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณ สุนทรธรรมประพุทธ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
พุทธศักราช ๒๕๑๑ ได้รับสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑
พุทธศักราช ๒๕๑๖ เลื่อนเป็นพระครู เทียบผู้ช่วยพระอารามหลวงชั้นเอก
ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน
พุทธศักราช ๒๕๑๗ รักษาการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
พุทธศักราช ๒๕๑๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
พุทธศักราช ๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พุทธศักราช ๒๕๒๕ ได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
พุทธศักราช ๒๕๓๑ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ พระภาวนาวิสุทธิคุณ เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑
พุทธศักราช ๒๕๓๕ ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ พระราชสุทธิญาณมงคล เมื่อวันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕
พุทธศักราช ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๑
พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒


ปูชนีวัตถุและโบราณวัตถุ ::
 
มีพระพุทธรูปหน้าปรกหิน ๓ องค์ สมัยลพบุรี แบบหูยาน ๒ องค์ แบบเขมรคางคนหูตุ้ม ๑ องค์ มีพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนสมาธิเพชร เกตุดอกบัวตูม ๑ องค์ หน้าตัก ๑ ศอก ตู้พระธรรมสร้าง พ.ศ.๒๒๐๐ จำนวน ๑ ตู้ ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ ๑ ตู้ พ.ศ.๒๓๑๐
 
ในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ทำการซ่อมอุโบสถที่ชำรุดทรุดโทรมเสร็จแล้ว ได้ขอผูกพัทธสีมาใหม่โดยทำเป็นการภายในของการคณะสงฆ์ เพราะเขตที่ขอพระราชทานมีอยู่เดิมแล้ว และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้พระราชทานเรือยาว ให้กับวัดอัมพวันไว้ ๑ ลำ ชื่อว่า “ก้านตอง” บรรทุกคนได้ ๕๐
 
ในสมัย ท่านพระครูเทศ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชสมบัติ จึงได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน ๑ ภาพ พร้อมด้วยโต๊ะหมู่บูชา จำนวน ๑ ชุด ไว้กับวัดอัมพวัน
 
เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้าง
 
1. อุโบสถ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้างเสร็จ พ.ศ.๒๕๑๓ ลักษณะทั่วไปอุโบสถสร้างใหม่แบบทรงไทยโบราณ สีมาติดฝาผนังโบสถ์ บรรจุคนได้ ๓๐๐ คน อุโบสถหลังเก่าชำรุด เพราะสมัยกรุงศรีอยุธยา
2. ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๔.๕๐ เมตร ยาว ๓๓ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ลักษณะทั่วไป ทรงไทยธรรมดาเหมือนศาลาการเปรียญทั่วไป มีช่อฟ้าหน้าบรรณ
3. หอสวดมนต์ กว้าง ๑๑.๗๕ เมตร ยาว ๒๐.๒๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ลักษณะทั่วไป ทรงไทยสองชั้น - ชั้นบนไว้สวดมนต์ บำเพ็ญกุศล - เป็นที่ภิกษุ,สามเณรฉันภัตตาหาร ชั้นล่างเป็นโรงเรียนปริยัติธรรม
4. กุฏิจำนวน ๕ หลัง คือ
 
หลังที่ ๑ กว้าง ๑๒.๕๐ เมตร ยาว ๑๒.๕๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๙ ๗ ลักษณะทั่วไป สองชั้น - กุฏิเจ้าอาวาส กองอำนวยการ ใช้รับแขก และบริการ และประชุมสงฆ์ในวัด
หลังที่ ๒ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙
หลังที่ ๓ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐
หลังที่ ๔ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑
หลังที่ ๕ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒
 
กุฏิกรรมฐานมี ๒๑ หลัง ฝ่ายของสงฆ์ กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗.๗๕ เมตร
กุฏิกรรมฐาน ฝ่ายอุบาสก, อุบาสิกา ๑๔ หลัง กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗.๗๕ เมตร
ศาลาบำเพ็ญกุศล กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๑ เมตร คุณนายสุมาลย์ ชโลธร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙
เมรุเผาศพ กว้าง ๓.๗๕ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕
 
.................................................................................................................................................................................................
 
ตำแหน่งที่ตั้ง
เลขที่ ๕๓ ถนนเอเชีย กิโลเมตรที่ ๑๓๐ หมู่ที่ ๔ ตำบลสงฆ์บ้านแป้ง ตำบลบ้านเมืองพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
 
ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์
 
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๑ ไร่ ๒ งาน๘๐ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินคือ โฉนดที่๘๘๗๗เลขที่ ๒๒๓ มีอาณาเขตดังนี้
 
ทิศเหนือ ยาว ๓๘๐ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๗ ทางสาธารณประโยชน์
ทิศใต้ ยาว ๒๕๙ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๕ ที่มีการครอบครองสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันออก ยาว ๑๘๕ เมตร จดทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก ยาว ๑๙๒ เมตร จดที่ดินเลขที่ ๑๔๗ ทางสาธารณประโยชน์
 
ที่ธรณีสงฆ์มี ๓ แปลง มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๓๐ ไร่ ๔ งาน ๑๒๖ ตารางวา
 
แปลงที่ ๑
ที่ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๑๔ ไร่ ๑๒ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๙๐๗ นายพุก นางจุ่น โพธิ์ศรี ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๗
 
แปลงที่ ๒
ที่ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๓๙๐ พันเอกสมภพ ศริพันธุ์, นางโสภิต วรากลาง, นางเพ็ญศรี บุรีรัตน์-นางสาวดวงรัตน์ ศริพันธุ์ ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ตามบัตรอนุโมทนาของเลขาธิการมหาเถรสมาคม
 
แปลงที่ ๓
ที่ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีเนื้อที่จำนวน ๕ ไร่ ๑ งาน ๓๔ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ โฉนดเลขที่ ๔๙๐๑ พันเอกสมภพ ศริพันธุ์, นางโสภิต วรากลาง, นางเพ็ญศรี บุรีรัตน์-นางสาวดวงรัตน์ ศริพันธุ์ ถวายเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓


ประวัติสิ่งปลูกสร้างภายในวัด ::

พุทธศักราช ๒๕๒๕
- สร้างหอประชุมภาวนา-กรศรีทิพา เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียว กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร เป็นหอประชุมอบรมประชาชนทั่วประเทศ สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านบาทถ้วน)
พุทธศักราช ๒๕๒๗
- สร้างต่อเติมอาคารเรียน ชั้นล่าง ๑ ชั้น เป็นที่พักนักศึกษาที่มา อบรม สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๒๕,๖๕๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
- สร้างห้องกรรมฐาน ๓๐ ห้อง พร้อมห้องน้ำห้องส้วม สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท (หกแสนบาทถ้วน)
พุทธศักราช ๒๕๒๘
- สร้างโรงสูบน้ำและอุปกรณ์ประปารอบวัด สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท (สองแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)
- สร้างพระประธานเชียงแสนทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ประจำหอประชุมภาวนา-กรศรีทิพา สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
- สร้างรูปหล่อพระบรมฉายาลักษณ์ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ประทับในท่ายืนประดิษฐาน ณ หอประชุมภาวนา-กรศรีทิพา สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท)
พุทธศักราช ๒๕๒๙
- สร้างห้องน้ำห้องส้วม ขนาดกว้าง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๑.๕๐ เมตรต้อนรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน ๘ ห้อง สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
- สร้างโรงเลี้ยงอาหารผู้เข้ารับการอบรม สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
- สร้างศาลาเอนกประสงค์ “ เสาวณีย์ โอกาสล กมล สีตลกาญจน์ ” ขนาดกว้าง ๙.๕ เมตร ยาว ๑๗.๕ เมตร เก้าอี้เหล็ก ๑๐๐ ตัว ราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท โต๊ะรับแขก ๖ ตัว สิ้นค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท (สองแสนสามหมื่นบาทถ้วน)
พุทธศักราช ๒๕๓๐
- สร้างกุฏิห้องกรรมฐาน ภาวนา-อ๋องคณา กว้าง ๓ วา ยาว ๗ วา ๒ ศอก คอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ชั้นบน ๕ ห้อง ชั้นล่าง ๓ ห้อง ห้องโถง ๑ ห้อง ๔ ห้องส้วม ด้านใน ๒ ห้อง ด้านนอก ๒ ห้อง ห้องเก็บของ ๑ ห้อง
- สิ้นค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๕๕๑,๓๙๐ บาท (ห้าแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสามร้อยเก้าสิบบาท)
- พระประธานปางอู่ทองสมาธิ ๑ องค์ ประจำกุฏิอ๋องคณาหน้าตัก ๒๙.๙๙ นิ้ว สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)
- สร้างวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต กว้าง ๖ ศอก ยาว ๓ วา รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน)
- สร้างรูปหล่อสมเด็จโต หล่อโลหะและปิดทองปางพรมน้ำมนต์ สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท (หกหมื่นบาทถ้วน)
พุทธศักราช ๒๕๓๐
- สร้างศาลาทรงไทย หน้ากุฏิเจ้าอาวาส กว้าง ๑ วา ยาว ๘ ศอก ไว้เป็นที่ต้อนรับแขก สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๒๖,๕๔๐ บาท (สองหมื่นหกพันห้าร้อยสี่สิบบาทถ้วน)
- สร้างกุฏิ ๒ ชั้น ตึกกว้าง ๓ วา ยาว ๓ วา ห้องน้ำ-ห้องส้วม ๓ ที่ ห้องเก็บของ ๑ ห้อง ห้องนอนชั้นบน-ชั้นล่าง ๑ ห้อง สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)
- สร้างพระพุทธรูปหล่อ ปางนาคปรก วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ๑ องค์ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระนามพระพุทธรูปปางนาคปรก “พระพุทธศรีสันติกรอรรคขจรบพิตร” สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)
- เริ่มก่อสร้างกุฏิกรรมฐานในพื้นที่ ที่ได้ปรับปรุง โดยย้ายกุฏิเก่ามาไว้ และได้ทำการก่อสร้างกุฏิใหม่เพิ่ม รวม ๔๕ หลัง สร้างศาลาปฏิบัติธรรม ยาว ๑๒ เมตร กว้าง ๘ เมตร เจาะน้ำบาดาล สร้างถังเก็บน้ำคอนกรีต ทำกำแพงล้อมรอบบริเวณ สิ้นค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงิน ๓,๘๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านแปดแสนบาทถ้วน)
พุทธศักราช ๒๕๓๑
- สร้างกุฏิ บุญถิ่น อัตถากร รับรองพระเถระ ๓ ชั้นคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๓ วา ๒ ศอก ยาว ๓ วา ๒ ศอก สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๓๗๘,๒๕๐ บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นแปดพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
- สร้างศาลาท่าน้ำ “ศาลาสุนีย์ พันธศุภร” ความยาว ๓ วา ๙ นิ้ว กว้าง ๑ วา ๓ ศอก สะพานยาว ๖ วา ๘๕ ซม. กว้าง ๑ วา ๑๕ ซม. พนักพิงเหล็กทาสี สิ้นค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)


เมนูที่น่าสนใจของเว็บไซต์
วันเข้าปฏิบัติธรรม
เมษายน
๓ วัน: ๑,๘,๑๕,๒๒,๒๙
๗ วัน: ๕,๑๓,๒๐,๒๘
พฤษภาคม
๓ วัน: ๖,๑๓,๒๐,๒๗
๗ วัน: ๔,๑๒,๑๙๒๗
เสวนาชาวพุทธ
หากท่านมีปัญหาสงสัย ใครรู้ เรียนเชิญร่วมเข้ามาถามตอบ ในกระทู้ธรรมของวัดอัมพวันครับ
มีอะไรใหม่ในเว็บไซต์
ห้องสมุดดิจิตอล